🔥 ถอดบทเรียนไฟไหม้คอนโดฯ ดัง
เมื่อ “บันไดหนีไฟ” ไม่ใช่ที่ปลอดภัยที่สุด… นิติฯ และเจ้าของอาคารต้องเช็กอะไรด่วน?
เหตุเพลิงไหม้คอนโดมิเนียมสูงย่านปิ่นเกล้าเมื่อเดือนตุลาคม 2568 เป็นข่าวที่สะเทือนใจและสร้างความหวาดกลัวแก่ผู้พักอาศัยในอาคารสูงทั่วกรุงเทพฯ สิ่งที่น่าเศร้าคือ ผู้เสียชีวิตไม่ได้ถูกไฟลวกหรือหนีออกจากอาคารไม่ทัน แต่เสียชีวิตจาก “ควันไฟ” ที่เล็ดลอดเข้าสู่พื้นที่ที่ควรเป็นจุดปลอดภัยที่สุด—บันไดหนีไฟ
กรณีนี้กลายเป็นบทเรียนราคาสูงที่ตอกย้ำว่า ระบบ Fire Alarm และระบบประกอบอาคารที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ของที่ซื้อมาแล้ว “ใช้งานได้เรื่อยๆ” แต่ต้องได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างละเอียดและต่อเนื่อง
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ Fire Alarm ผมจึงขอสรุปบทเรียนสำคัญให้ทุกอาคารได้กลับไปตรวจสอบตัวเองทันที
🚨 ความจริงที่น่ากลัว: ระบบเตือนภัย ไม่ได้หยุดที่ “กริ่งดัง”
ในชีวิตจริง หลายอาคารมักทดสอบแค่กดสัญญาณแจ้งเหตุแล้วได้ยินเสียงกริ่งดัง จึงคิดว่าระบบทำงานปกติ
แต่ในมาตรฐานวิศวกรรมความปลอดภัย ระบบ Fire Alarm ต้อง “สั่งงานระบบอื่นๆ” แบบประสานกันเป็นลำดับ (Sequence of Operation)
เมื่อเกิด Alarm จะต้องเกิดเหตุการณ์ดังนี้ภายในไม่กี่วินาที:
- ลิฟต์ทุกตัวต้องถูกสั่งให้ลงไปชั้นล่างในทันที
- ระบบอัดอากาศ (Pressurization Fan) ต้องเริ่มทำงานในบันไดหนีไฟ
- ระบบระบายอากาศบางจุดต้องตัดการทำงาน
- ประตูหนีไฟต้องปิดสนิท
หาก “ลิงก์” ใดลิงก์หนึ่งไม่ทำงานตาม Sequence จะเกิดจุดรั่วที่ทำให้ควันเข้าสู่บันไดหนีไฟได้ทันที
เหตุการณ์ที่ปิ่นเกล้าคือภาพสะท้อนโดยตรงของปัญหานี้
🧯 1) Smoke Detector — ด่านแรกที่พลาดไม่ได้
❗ ทำไม Detector สำคัญที่สุด?
ผู้เสียชีวิตในเหตุไฟไหม้กว่า 80–90% มาจาก “การสำลักควัน” ไม่ใช่ไฟลวก
ดังนั้น หัวตรวจจับควันคือจุดเริ่มต้นที่ต้องทำงานเร็วที่สุด เพื่อให้ระบบอื่นๆ ทำงานทันก่อนที่ควันจะกระจายไปทั่วอาคาร
⚠️ ปัญหาที่พบบ่อย
- หัวตรวจจับเสื่อมสภาพตามอายุ (อายุใช้งาน 8–10 ปี)
- มีฝุ่นเกาะจน Sensor ไวต่อควันน้อยลง
- Detector บริเวณโถงทางเดินไม่ได้รับการทำความสะอาดเลยตั้งแต่วันติดตั้ง
ผลลัพธ์คือ “แจ้งเตือนช้าไป 30–120 วินาที” ซึ่งในสถานการณ์จริง แค่นี้ก็เพียงพอให้ควันเต็มชั้นแล้ว
✔️ สิ่งที่ควรทำ
- PM รายปีต้องมีการทดสอบด้วย Smoke Tester (ไม่ใช่แค่ดูไฟกระพริบ)
- ตรวจสอบความไว (Sensitivity Test) ตามมาตรฐาน NFPA
- เปลี่ยนหัว Detector ที่อายุเกิน 10 ปีทันที
🛗 2) บันไดหนีไฟ ต้องเป็น “พื้นที่ปลอดควันจริงๆ”
บันไดหนีไฟถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดในอาคารสูง เพราะเป็น “เส้นทางหายใจสุดท้าย”
แต่จะปลอดภัยได้ ก็ต่อเมื่อระบบอัดอากาศ (Pressurized Fan) ทำงานสมบูรณ์
🌀 หลักการทำงานของระบบ Pressurization
เมื่อเกิดสัญญาณ Fire Alarm:
- พัดลมอัดอากาศจะเริ่มทำงานทันที
- เป่าลมเข้าไปในห้องบันไดหนีไฟ
- ทำให้ความดันภายใน สูงกว่าด้านนอกประมาณ 30–60 Pascal
- ควันจึงไม่สามารถไหลย้อนเข้ามาได้
หากระบบนี้ไม่ทำงานแม้เพียงหนึ่งนาที บันไดหนีไฟจะเริ่มเต็มไปด้วยควันอย่างรวดเร็ว
⚠️ จุดเสี่ยงที่พบในหลายอาคาร
- Interlock ไม่สั่งพัดลมให้ทำงาน
- พัดลมอัดอากาศเสีย แต่ไม่เคยรู้ เพราะไม่มีการ Sequence Test
- ห้อง Shaft ของบันไดมีช่องโหว่ ทำให้ความดันรั่วออก
- มีการเปิดประตูบันไดหนีไฟค้างไว้ ทำให้ความดันสร้างไม่ทัน
นี่คือสาเหตุที่ควันเล็ดลอดเข้าบันไดหนีไฟในหลายเหตุการณ์ แม้ระบบแจ้งเหตุจะทำงานก็ตาม
🚪 3) ประตูหนีไฟ… ต้อง “ปิดเสมอและสนิทจริง”
ประตูหนีไฟ (Fire Door) ถูกออกแบบให้ช่วยกั้นควัน แต่จะมีประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อ “มันถูกปิด”
⚠️ ปัญหาที่เจอประจำ
- ใช้ลิ่มไม้หรือก้อนหินขัดประตูไว้ให้เปิดค้าง
- ลูกบ้านเปิดทิ้งไว้เพราะร้อน ไม่อยากให้โถงอับ
- บานพับเสื่อม ทำให้ประตูปิดไม่สนิท
เพียงแค่เปิดค้างไม่กี่วินาที ควันจำนวนมากสามารถทะลักเข้าสู่บันไดหนีไฟได้ทันที
✔️ แนวทางแก้ไข
- ติดตั้ง Door Position Sensor เชื่อมกับ Fire Alarm แจ้งเตือนเมื่อประตูถูกเปิดค้าง
- ตรวจเช็ก Self-closing Door ว่าทำงานได้จริง
- อบรมลูกบ้านเรื่องความเสี่ยงจากการเปิดประตูค้างไว้
📋 Checklist: อาคารคุณปลอดภัยแค่ไหน?
ชุดคำถามที่ “นิติบุคคลหรือเจ้าของอาคาร” ควรเอาไปถามทีมช่างทันที 👇
🔄 ระบบทำงานร่วมกัน (Sequence Test)
- เคยทดสอบแบบครบขั้นตอนล่าสุดเมื่อไหร่?
- เมื่อกด Alarm → ลิฟต์ลง → พัดลมอัดอากาศทำงาน → พัดลมระบายตัด — ทำงานครบไหม?
🧼 การบำรุงรักษา Detector
- หัวตรวจจับได้รับการเป่าฝุ่นทุกปีหรือไม่
- เคยทดสอบด้วย Smoke Tester หรือไม่
🔋 แบตเตอรี่สำรอง
- แบตใน Fire Alarm Panel เปลี่ยนล่าสุดเมื่อไหร่
- หากไฟดับพร้อมเกิดเหตุ — ระบบยังทำงานได้กี่ชั่วโมง
🛠 ระบบพัดลม
- พัดลมอัดอากาศเสียงดังผิดปกติหรือไม่
- เคยวัดค่าความดัน (Pascal) ภายในบันไดหรือไม่
เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นได้เสมอ แต่การสูญเสียสามารถป้องกันได้ด้วย “ระบบที่พร้อมทำงานจริง”
กรณีปิ่นเกล้าเป็นบทเตือนว่า Fire Alarm ไม่ใช่แค่เครื่องส่งเสียง แต่คือ “สมองของระบบความปลอดภัยทั้งหมด”
หากบกพร่องแม้เพียงส่วนเดียว ชีวิตหลายชีวิตอาจสูญเสียภายในไม่กี่นาที
อย่ารอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ไข
ตรวจสอบระบบความปลอดภัยของอาคารตั้งแต่วันนี้ — เพื่อชีวิตของคนที่คุณดูแล
Hot Line : 




