ถ้าไซเรนดังขึ้น และคุณอยู่บนชั้น 5 ของโรงแรมห่างจากหาดแค่ 200 เมตร คุณจะทำอย่างไร?
- ประเมินเวลา: ถ้าเหลือเวลาน้อยกว่า 10-15 นาที การฝ่ารถติดออกไปนอกเมืองอาจเป็นทางตัน
- แนวคิด “Vertical Evacuation”: แนะนำแนวคิดการหนีภัยในแนวดิ่ง (การขึ้นที่สูง) แทนการหนีในแนวราบ
เจาะลึก: เมื่อหนีออกจากหาดไม่ทัน “Vertical Evacuation” คือทางรอดเดียวในอาคาร
เมื่อเสียงไซเรนเตือนภัยสึนามิดังขึ้น สัญชาตญาณแรกของทุกคนคือ “วิ่งให้ไกลจากทะเลที่สุด” แต่ในความเป็นจริง หากคุณอยู่ในพื้นที่แออัด รถติด หรืออยู่ห่างจากพื้นที่สูง (High Ground) เกินกว่าจะวิ่งไปถึงภายใน 10-15 นาที การพยายามขับรถหนีอาจกลายเป็นกับดักที่อันตรายที่สุด
การหนีภัยในแนวดิ่ง (Vertical Evacuation) หรือการใช้ “อาคาร” เป็นที่หลบภัย จึงเป็นกลยุทธ์ที่ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกแนะนำมาดูกันว่าอาคารแบบไหนที่ “รอด” และเราต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อติดอยู่ข้างใน
1. วิธีคัดกรองอาคาร: ตึกแบบไหนที่รับมือสึนามิได้?
ไม่ใช่ทุกตึกจะทนแรงกระแทกของมวลน้ำมหาศาลที่ผสมไปด้วยซากปรักหักพังได้ (Debris Impact) อาคารที่จะใช้หลบภัยควรมีลักษณะดังนี้:
- โครงสร้างวิศวกรรมแข็งแรง: ต้องเป็นอาคาร คอนกรีตเสริมเหล็ก (Reinforced Concrete) หรือ โครงสร้างเหล็ก (Steel Frame) เท่านั้น หลีกเลี่ยงอาคารไม้ อาคารก่ออิฐฉาบปูนธรรมดา หรือบ้านพักตากอากาศชั้นเดียว
- ความสูงที่ปลอดภัย: มาตรฐานสากลแนะนำให้ขึ้นไปที่ ชั้น 3 หรือสูงกว่านั้น (ประมาณ 10 เมตรจากระดับพื้นดิน) หากอาคารนั้นอยู่ใกล้ชายหาดมาก ควรขึ้นไปให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้
- อาคารที่มีลักษณะโปร่งในชั้นล่าง: อาคารที่ยกใต้ถุนสูงหรือมีพื้นที่เปิดโล่งในชั้นล่าง (Open Ground Floor) จะยอมให้น้ำไหลผ่านได้ง่ายขึ้น ลดแรงดันมหาศาลที่จะกระทำต่อโครงสร้างหลักของตึก
2. ขั้นตอนการปฏิบัติตัวเมื่อตัดสินใจ “ขึ้นตึก”
🚫 กฎเหล็ก: ห้ามใช้ลิฟต์เด็ดขาดเมื่อเกิดแผ่นดินไหวก่อนสึนามิ ระบบไฟฟ้ามักจะขัดข้อง หากคุณติดอยู่ในลิฟต์ขณะที่น้ำท่วมเข้าอาคารโอกาสรอดแทบจะเป็นศูนย์ ให้ใช้ บันไดหนีไฟ เท่านั้น
🚪 การจัดการกับแรงดันน้ำ (Hydrostatic Pressure)หากคุณติดอยู่ที่ชั้นที่ไม่สูงมาก และน้ำกำลังจะถึงตัว:เปิดประตูและหน้าต่าง: ฟังดูแปลก แต่นี่คือวิธีลดความต่างของแรงดันน้ำข้างนอกและข้างในอาคาร หากประตูปิดตาย แรงดันน้ำอาจอัดจนผนังตึกถล่มได้ การปล่อยให้น้ำไหลผ่านไปได้ (Flow-through) จะช่วยรักษาโครงสร้างหลักของอาคารไว้
🔝 อย่าหยุดแค่ชั้นที่น้ำท่วมไม่ถึงสึนามิไม่ได้มาแค่ระลอกเดียว และระลอกหลังอาจสูงกว่าระลอกแรก ให้พยายามขึ้นไปจนถึง ดาดฟ้า (Rooftop) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและเพื่อให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมองเห็นคุณได้ง่ายขึ้น
3. วิทยาศาสตร์ของแรงปะทะ: ทำไมสึนามิถึงล้มตึกได้?
น้ำทะเลเพียง 1 ลูกบาศก์เมตรมีน้ำหนักประมาณ 1,000 กิโลกรัม (1 ตัน) ลองจินตนาการถึงมวลน้ำมหาศาลที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 30-50 km/h ปะทะเข้ากับตัวตึก แรงนี้จะทวีคูณด้วยเศษซากที่ลอยมากับน้ำ เช่น รถยนต์ ต้นไม้ หรือตู้คอนเทนเนอร์
4. สิ่งที่ต้องทำหลังจากระลอกแรกผ่านไป
- ห้ามลงมาที่พื้นดินเด็ดขาด: สึนามิอาจซัดต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมง ระยะห่างระหว่างระลอกคลื่นอาจนานถึง 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ให้รอจนกว่าจะมีการประกาศ “ยกเลิกสถานการณ์” จากหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น
- ประหยัดพลังงานโทรศัพท์: ใช้เพื่อการขอความช่วยเหลือหรือฟังประกาศเตือนภัย อย่าใช้เพื่อถ่ายวิดีโอลงโซเชียลจนแบตเตอรี่หมด
สรุป: การหนีสึนามิในอาคารไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด แต่เป็น “ทางเลือกสุดท้ายที่ปลอดภัยที่สุด” หากคุณไม่สามารถไปถึงที่สูงธรรมชาติได้ทันเวลา การรู้จักสังเกตอาคารที่แข็งแรงและรู้วิธีปฏิบัติตัวข้างใน คือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตาย
Hot Line : 




